การขายไฟฟ้าคืออะไร? มีขั้นตอนยังไงบ้าง?
การขายไฟฟ้าคืออะไร? มีขั้นตอนยังไงบ้าง?
ในยุคที่พลังงานสะอาดกลายเป็นแนวโน้มสำคัญของโลก การติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ใช่แค่เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมผ่านการขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า โครงการที่รองรับแนวคิดนี้ในประเทศไทยมีชื่อว่าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาแล้วขายไฟคืนในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนคืออะไร?
โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถ ผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับการไฟฟ้า ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement – PPA) โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าไว้ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) ระยะเวลาสัญญา 10 ปี ซึ่งถือว่าเป็นรายได้เสริมที่น่าสนใจสำหรับผู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน
ใครสามารถเข้าร่วมโครงการขายไฟให้การไฟฟ้าได้บ้าง?
ก่อนจะติดตั้งระบบเพื่อขายไฟคืน สิ่งแรกที่ควรเช็คคือคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอได้แก่
- เป็นผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภทที่ 1) กับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
- เป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (มิเตอร์) โดยชื่อในบิลค่าไฟต้องตรงกับผู้ยื่น
- มิเตอร์ไฟฟ้าต้องเป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้า ไม่ใช่มิเตอร์ส่วนตัว
- ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ On Grid เท่านั้น
- กำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 5 kWp สำหรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 10 kWp สำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
- หากข้อมูลเจ้าของมิเตอร์ไม่ตรง เช่น กรณีบ้านเปลี่ยนมือ หรือมีการเปลี่ยนชื่อ ต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์มิเตอร์ให้ถูกต้องก่อนยื่นคำขอ
ขั้นตอนการขอขายไฟให้การไฟฟ้า
แม้จะมีเอกสารที่ต้องเตรียมแต่ขั้นตอนโดยรวมไม่ซับซ้อน สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองหรือผ่านผู้รับติดตั้งระบบโดยมีขั้นตอนหลักดังนี้
1. เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอเช่น
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาใบแจ้งค่าไฟฟ้า
- รายละเอียดของแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์
- รูปภาพหลังคาบ้าน
- ใบรับรองจากวิศวกร (กรณีระบบขนาดใหญ่)
2. ลงทะเบียนแบบคำขอขายไฟฟ้าออนไลน์
- การไฟฟ้านครหลวง (MEA): myenergy.mea.or.th
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA): ppim.pea.co.th
3. รอการพิจารณาแบบคำขอและตรวจสอบความพร้อมของหม้อแปลงในพื้นที่ ระยะเวลาพิจารณาเบื้องต้นประมาณ 7–10 วันทำการ
4. หากผ่านการพิจารณาต้องชำระค่าเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (เริ่มต้นราว 8,000 บาท ไม่รวม VAT) และลงนามในสัญญาซื้อขายไฟภายใน 30 วัน
5. ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้เรียบร้อย จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้ามาตรวจสอบและทดสอบระบบ
6. เปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิทัลซึ่งสามารถวัดการส่งไฟฟ้าคืนเข้าระบบได้ (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
7. เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในวัน COD (Commercial Operation Date) และรับรายได้จากการขายไฟฟ้าตามสัญญา
เงื่อนไขและข้อจำกัดที่ควรรู้
แม้การขายไฟจะดูคุ้มค่าแต่ก็มีข้อกำหนดที่ต้องยึดถือ
- ระบบต้องเป็นแบบ On Grid เชื่อมต่อกับโครงข่ายการไฟฟ้าเท่านั้น
- ไม่รองรับระบบแบบ Off Grid หรือ Hybrid ที่มีแบตเตอรี่ล้วนๆ
- ต้องผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองเป็นหลักและขายส่วนเกินเท่านั้น
- โควต้ารับซื้อของแต่ละพื้นที่มีจำกัด อาจมีการปิดรับชั่วคราวหากเต็ม
- ระยะคืนทุนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7–8 ปี สำหรับระบบที่ใช้ไฟเองและขายส่วนเกิน
ขายไฟให้การไฟฟ้าได้ราคาเท่าไหร่?
ราคาขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) ตลอดอายุสัญญา 10 ปี เป็นอัตราคงที่ที่กำหนดโดยภาครัฐภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ On Grid โดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันเพื่อการใช้งานในบ้าน และหากมีไฟฟ้าส่วนเกิน ระบบจะส่งไฟฟ้ากลับเข้าสู่โครงข่ายของการไฟฟ้า โดยสามารถรับเงินจากการขายไฟได้ทุกเดือน รายได้นี้จะถูกนำไปหักลบกับยอดค่าไฟฟ้า และหากมีส่วนเกิน ระบบจะโอนเข้าบัญชีที่เจ้าของบ้านแจ้งไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
การขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าต้องเสียภาษีไหม?
รายได้จากการขายไฟต้องเสียภาษีโดยการไฟฟ้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากยอดขาย นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่มีการโอนเงินค่าขายไฟเข้าบัญชีของเจ้าของบ้าน การไฟฟ้าจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ให้เรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านจึงไม่ต้องไปเสียภาษีเพิ่มอีกในขั้นตอนแรก อย่างไรก็ตาม หากรายได้รวมต่อปีของผู้ขายเข้าเกณฑ์การยื่นภาษีเงินได้ตามกฎหมาย ก็อาจต้องแสดงรายการนี้ในแบบฟอร์มภาษีด้วย และสำหรับบางกรณี หากมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อาจต้องมีการเสีย VAT เพิ่มเติมด้วย
ต้องเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่เพื่อขายไฟหรือไม่?
ต้องเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิทัลสองทิศทาง (Bi-directional Meter) เพื่อวัดไฟฟ้าที่ย้อนกลับเข้าระบบ มิเตอร์แบบนี้จะสามารถวัดได้ทั้งไฟฟ้าที่ใช้เข้าบ้าน และไฟฟ้าที่ผลิตแล้วส่งกลับไปยังการไฟฟ้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยการไฟฟ้าจะเป็นผู้เปลี่ยนมิเตอร์ให้หลังผ่านขั้นตอนตรวจสอบระบบ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การติดตั้งมิเตอร์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD)
ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการขายไฟให้การไฟฟ้า?
ค่าใช้จ่ายหลักในการยื่นคำขอขายไฟคือ 2,140 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ค่าใช้จ่ายนี้คือ ค่าตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ และเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่เกิดขึ้นหลังจากแบบคำขอผ่านการพิจารณาแล้ว โดยต้องชำระภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการแจ้งอนุมัติ หากไม่ชำระภายในระยะเวลานี้อาจถือว่าสละสิทธิ์และต้องเริ่มขั้นตอนใหม่อีกครั้ง
นอกจากค่ายื่นคำขอขายไฟแล้วยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดระบบและอุปกรณ์ที่เลือกเช่น
ราคาดังกล่าวรวมค่าอุปกรณ์เช่น แผงโซลาร์เซลล์, อินเวอร์เตอร์, โครงเหล็ก, สายไฟและค่าติดตั้ง ซึ่งหากเลือกบริษัทที่มีบริการครบวงจร อาจมีการดำเนินเรื่องยื่นขายไฟให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
วางแผนติดโซลาร์เซลล์ขายไฟอย่างไรให้คุ้มในระยะยาว?
หากวัตถุประสงค์ของคุณคือ ติดตั้งเพื่อประหยัดไฟและขายไฟคืนในเวลาเดียวกัน ควรวางแผนระบบให้สามารถใช้พลังงานที่ผลิตได้อย่างเต็มที่ในช่วงกลางวันเช่น การปรับพฤติกรรมใช้ไฟช่วงแดดจัดหรือติดตั้งอุปกรณ์ Smart Home สำหรับควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
หากติดตั้งเพื่อ ขายไฟอย่างเดียว โดยไม่มีการใช้ไฟกลางวันมากนัก อาจทำให้ระยะเวลาคืนทุนนานขึ้นถึง 15–16 ปี จึงควรพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
ให้ ElectronMove ดูแลตั้งแต่ติดตั้งถึงขายไฟ ครบจบในที่เดียว
หากคุณสนใจติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อ ใช้เองและขายไฟคืนการไฟฟ้า แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องเทคนิค เอกสาร หรือกระบวนการทั้งหมด ElectronMove พร้อมให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนระบบ การคำนวณขนาดโซลาร์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการดำเนินการยื่นเรื่องขายไฟและบริการหลังการติดตั้ง
ทำไมต้องเลือก ElectronMove?
- ให้คำปรึกษาโดยทีมวิศวกรมืออาชีพ
- ดูแลการยื่นเอกสารขายไฟให้ถึงขั้นตอนสุดท้าย
- ใช้อุปกรณ์คุณภาพสูงผ่านมาตรฐานการไฟฟ้า
- รับประกันการทำงานของระบบยาวนาน
- มีระบบ Monitoring รายแผงเช็คสถานะการผลิตไฟได้แบบ Real-time